บอร์ดตร.ชง'จักรทิพย์'ชี้ชะตา ผลสอบนายสิบ16 ม.ค.นี้
อาชญากรรม

photodune-2043745-college-student-s
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รรท.รอง ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมพิจารณาผลการตรวจสอบข้อมูลการรับสมัคร และคัดเลือกนายสิบตำรวจ หลังพบการทุจริตสอบอย่างเป็นขบวนการ ในสนามสอบกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.พรหมธร ภาคอัต รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร. ตัวแทนจากกองบัญชาการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชม.ครึ่ง โดย พล.ต.อ.เดชณรงค์ กล่าวภายหลังประชุม ว่า จากการตรวจสอบการสอบนายสิบตำรวจทุกกองบัญชาการ (บช.) ด้วยวิธีการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ พบว่านอกจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แล้ว ยังพบความผิดปกติในกองบัญชการตำรวจภูธรภาค 7 (บช.ภ.7) อีกจำนวนหนึ่ง ในลักษณะคล้ายกับ บช.น. ซึ่งพล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 กำลังประชุมเพื่อพิจารณาดำเนินคดี ในส่วนความผิดปกติใน บช.ภ.7 ซึ่งในส่วนภาค 7 นั้นมีผู้สมัครสอบทั้งสิ้น 4,182 คน มาสอบ 3,746 คน พบทุจริตกว่า 30 คน รับ 250 คน สอบผ่านข้อเขียน 500 คน ส่วน บช.อื่นๆอีก 10 บช. ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด ดังนั้นในส่วนของ บช.ก็สามารถดำเนินคัดเลือกได้ตามขั้นตอน มีเพียง 2 บช.ที่พบปัญหา และหาข้อพิจารณาในครั้งนี้

พล.ต.อ.เดชณรงค์ กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ตนเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยวันนี้ได้หารือให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เสนอให้ ผบ.ตร. พิจารณาในวันที่ 16 ม.ค.นี้ ว่าจะให้การสอบดังกล่าวเป็นโมฆะทั้งหมด หรือโมฆะบางส่วน ถอนสิทธิ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต หรืออาจจะมีแนวทางอื่นๆ โดยยึดหลักการพิจารณา 3 ประการ คือ 1.ต้องรวดเร็วในการตรวจสอบข้อเท็จจริง 2.ต้องรอบคอบ สามารถแยกแยะได้ว่ามีการกระทำผิดในรูปแบบใดบ้าง และ 3.ต้องมีความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้สมัครสอบ และสอบผ่านการสอบโดยสุจริต หลักการพิจารณาต้องให้ความเป็นธรรมที่สุด คำนึงถึงสิทธิ์ผู้ที่บริสุทธิ์ด้วย โดยยึดหลักการทางปกครอง ทั้งนี้ มั่นใจในระบบการคัดกรองคนที่ทุจริต เราจะไม่ยอมให้คนที่ทุจริตผ่านเข้าเป็นตำรวจเด็ดขาด นอกจากนี้ ตนได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการแต่ละภาคไปตรวจสอบซ้ำอีกครั้งเพื่อความเชื่อมั่น โดยมีการนำหลักนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย ส่วนแรงจูงใจที่มีการทุจริตเฉพาะ บช.น. กับ บช.ภ.7 นั้น เป็นเพราะว่าทั้ง 2 กองบัญชาการมีพื้นที่อยู่ใจกลางและใกล้เมืองหลวง เป็นศูนย์รวมผู้ที่มีความรู้ความสามารถเป็นจำนวนมาก ประกอบกับ บช.ภ.7 มีพื้นที่ติดกับกรุงเทพมหานคร ทำให้คนเก่งเหล่านี้มีทางไปมาสะดวกสามารถปะปนเข้ามาร่วมสอบเพื่อทุจริตได้ง่ายกว่ากองบัญชาการภาคอื่นๆ ส่วนการดำเนินกับผู้ทุจริตขณะนี้อยู่ระหว่างรวบพยานหลักฐานและออกหมายจับจำนวนหนึ่ง แต่ไม่ขอเปิดเผยว่ามีจำนวนเท่าไหร่

ที่ สน.พหลโยธิน พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีทุจริตสอบนายสิบตำรวจ ได้เรียกประชุมคณะทำงาน เพื่อวางแนวทางในการคลี่คลายคดี โดยมีการเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้พิจารณาปล่อยตัวชั่วคราว นายจิระพจน์ พลายด้วง อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจ เขตปทุมวัน ตัวการใหญ่ ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ม.ค.) หลังจากที่ผู้ต้องหาเดินทางเข้ามอบตัว โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปชี้จุดประกอบคำให้การ ข้อมูลที่ได้มาบางส่วนยังมีข้อขัดแย้งกับคำให้การ แต่บางส่วนได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี นอกจากนั้นได้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และบัญชีเงินฝากของ นายจิระพจน์ ทั้งหมด แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด.