ข่าวหนุ่มเมาอวดใหญ่โตวงเหล้า เจอคว้าจอบจามหัวดับสยอง - kachon.com

หนุ่มเมาอวดใหญ่โตวงเหล้า เจอคว้าจอบจามหัวดับสยอง
อาชญากรรม

photodune-2043745-college-student-s

เมื่อเวลา 01.15 น. วันที่ 13 ก.ย. ร.ต.อ.ชุมพล ทรงงาม รองสว.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายบริเวณบ้านเลขที่ 37/225 ซอย 1/3 หมู่บ้านพฤกษา13 หมู่ 4 ต.คลองสาม จึงรุดตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานเขต 1 แพทย์รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นบ้านแฝดกำลังอยู่ระหว่างปรับปรุงต่อเติม ภายในลานจอดรถพบศพนายเหยียก สัญชาติไทย อายุ 50 ปี มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งที่ศีรษะจนแตกมันสมองไหลออกมากองด้านนอก นอนคว่ำหน้าไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว นอกจากนี้บริเวณหน้าบ้านยังพบจอบเปื้อนเลือดตกอยู่ 1 อัน เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมควบคุมตัวช่างก่อสร้าง 2 รายที่อยู่ในอาการเมาสุราและเนื้อตัวเปื้อนเลือด ทราบชื่อต่อมานายบรรจง ม่วงสีเสียด อายุ 41 ปี และนายปรีชา มูลมาตย์ อายุ 31 ปี ไปทำการสอบปากคำเพิ่มเติม

นายกชกร  บุญใจใหญ่ อายุ 25 ปี เพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนเองกำลังกลับเข้าบ้านพบทั้งสามคนนั่งดื่มสุรากันบริเวณหน้าบ้านดังกล่าวและเกิดโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ก่อนจะมีเสียงพูดออกมาดังว่า "มึงไม่รู้หรอ กูเป็นใคร" จากนั้นตนได้มองรอดหน้าต่างพบชาย 1 คนอยู่ระหว่างใช้เท้าเหยียบศีรษะชายอีกคนที่นอนจมกองเลือดอยู่ จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบและระงับเหตุ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยมาถึง จึงสามารถควบคุมช่างก่อสร้างเพื่อนร่วมอาชีพไว้ได้ทั้งสองคน ขณะที่นายบรรจง เพื่อนร่วมงาน ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือใช้จอบทุบศีรษะผู้ตาย 2 ครั้ง เพราะเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน โดยที่ผู้ตายชอบพูดอ้างใหญ่โตว่าลูกชายเป็นนักมวย ชกมวยเก่ง และเรื่องการพูดไม่เข้าหูที่ผู้ตายชอบขัด ประกอบกับดื่มสุราจนเมา จึงก่อเหตุดังกล่าว


                
ด้าน ร.ต.อ.ชุมพล กล่าวว่า เบื้องต้นได้สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐานและให้เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานเขต 1เก็บวัตถุพยานไปตรวจสอบดีเอ็นเอ ว่าเพื่อนร่วมงานทั้งสองเป็นผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียวหรือทั้งสองคน เพื่อจะได้ดำเนินคดีทางกฏหมาย และได้ให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป.