ข่าวยื่นฟัน'พุฒิพัฒน์'พร้อมพวก ปมฟอกเงินทุจริตช่วยคนจน - kachon.com

ยื่นฟัน'พุฒิพัฒน์'พร้อมพวก ปมฟอกเงินทุจริตช่วยคนจน
อาชญากรรม

photodune-2043745-college-student-s
จากกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติให้อายัดทรัพย์สินของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้แก่ นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัด พม. นายณรงค์ คงคำ อดีตรองปลัด พม. และนายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ อดีตผู้ตรวจราชการ พม.กับพวกที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์รวม 12 ราย จำนวน 41 รายการ มูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท หลังมีพฤติการณ์ทุจริตการยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้ 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรม สำนักงานป้องและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เดินทางเข้ายื่นหนังสือพล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิด นายพุฒิพัฒน์ กับหญิงสาวคนสนิท พร้อมพวกอดีตข้าราชการ พม. 

นายวิทยา ระบุว่า วันนี้นำหนังร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อให้สืบสวนสอบสวนในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ในคดีดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดในช่วงปี 2558-2560 หรือ ปีงบประมาณ 2559-2560 มีลักษณะการทำผิดในรูปแบบเงินทอน แต่ไม่ได้ทอนเงินผ่านธนาคาร เป็นแบบหิ้วกลับ จึงทำให้ยากต่อการตรวจสอบ โดยพบว่าในแต่ละปีมีการทุจริตประมาณ 80 ล้านบาท หรือร้อยละ 30 ซึ่งก่อนที่ปปง. จะเข้ามายึดอายัติทรัพย์ พบว่ามีการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปยังบุคคลอื่น และแปรสภาพเป็นอสังหาริมทรัพย์และรถยนต์ จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีการโยกย้ายทรัพย์สินออกนอกประเทศ ทั้งนี้พบว่าเงินจำนวนดังกล่าวมีการนำทอนกลับมาไว้ที่ศูนย์ช่วยเหลือคนจนในพื้นที่ก่อเหตุ และส่งต่อมาที่ปลัดพม. แต่ยังไม่พบเส้นทางการเงินไปถึงระดับกระทรวงหรืออดีตรัฐมนตรี ทั้งนี้ปปง. จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกยึดทรัพย์สิน เข้ามาชี้แจงถึงที่มาของทรัพย์สิน ภายใน 30 วัน หากพบว่าเป็นทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จะคืนทรัพย์สินให้ แต่หากชี้แจงไม่ได้ จะต้องยึดไว้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด 

ด้านพล.ต.ต.กมล ระบุว่า เบื้องต้นได้นัด ปปง. มาแจ้งความร้องทุกข์อย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิ.ย. นี้ หลังจากนี้จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานและตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุด ประกอบด้วย ปปง. ปปป. และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พร้อมยอมรับว่า คดีดังกล่าวมีความซับซ้อนพอสมควร แต่ทางปปง. ได้ดำเนินการพอสมควรจนมีความชัดเจนมากขึ้น หลังจากนี้จะต้องขออนุมัติจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวน เพื่อให้ปปป. มีอำนาจในการสืบสวนสอบสวน โดยมีแนวทางดำเนินงานโดยร่วมกันลงพื้นที่ติดตามผู้ต้องหาและทรัพย์สิน

พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เปิดเผย ความคืบหน้าการตรวจสอบเงินทอนวัด ล็อต 4 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนของ บก.ปปป. เพื่อหาพยานหลักฐานวัดทั่วประเทศ ที่ได้รับงบอุดหนุนเกิน 1 ล้านบาท แต่ยังไม่มีการร้องทุกข์และยังไม่มีวัดใดถูกดำเนินคดี เพราะต้องรอ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) ตรวจสอบสำนวนก่อนดำเนินการร้องทุกข์ จึงจะสรุปว่ามีจำนวนกี่วัดอย่างไรก็ตาม บก.ปปป. ได้ประชุมร่วมกับ พศ. ทุกเดือนเพื่อติดตามความคืบหน้าอยู่แล้ว กรณีสื่อมวลชนเสนอข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริงควรจะสอบถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงหรือ พศ. ก่อนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนแก่สังคม.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง...
"ปลัดพม."เปิดใจครั้งแรก!หลังโดนเด้งเข้ากรุเซ่นเงินคนจน