ข่าวแม่'หม้ายสาว'ลั่น!ไม่อโหสิกรรม ขอลงโทษประหารชีวิต - kachon.com

แม่'หม้ายสาว'ลั่น!ไม่อโหสิกรรม ขอลงโทษประหารชีวิต
อาชญากรรม

photodune-2043745-college-student-s
จากกรณี น.ส.เตชิตา กฤตวัยพัก หรือ มาย อายุ 24 ปี หม้ายสาวลูกสองซึ่งประกอบกิจการแผงขายผลไม้ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กับครอบครัว ถูกนายธนพัฒน์ ไชยถาวร อายุ 26 ปี หรือ ปอนด์ อดีตแฟนหนุ่มยิงเสียชีวิตหน้าโรงเรียนสุวรรณวงศ์ อ.หาดใหญ่ ขณะขับรถเบนซ์ไปส่งลูกชายวัย 5 ขวบ และ 7 ขวบที่โรงเรียน สาเหตุจากหึงหวงที่ถูกบอกเลิกหลังคบหากันมาเกือบ 4 ปี หลังก่อเหตุนายธนพัฒน์ ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 16 ม.ค. นายธนพัฒน์ ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่สภ.หาดใหญ่ เนื่องจากการสอบสวนไม่เสร็จ ทางพนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและอาจจะนำตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งดำเนินคดีใน 3 ข้อหาคือ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะฯ ซึ่งผู้ต้องหายอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาและให้ความร่วมมือในการสอบสวนเป็นอย่างดี และพนักงานสอบสวนจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสงขลาผลัดแรกในวันพรุ่งนี้ (17 ม.ค.) และคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ทั้งนี้ระหว่างที่ นายธนพัฒน์ ถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขังยังคงมีการเซื่องซึมอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนศพของ น.ส.เตชิตา ญาติได้นำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดแก้วสว่าง ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ท่ามกลางความเศร้าโศกของพ่อแม่และพี่ชายซึ่งไม่มีใครรับได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รูปหน้าศพของ น.ส.เตชิตา ยังคงใช้ชื่อเดิมและนามสกุลเดิมคือ น.ส.ปิ่นมนัส วัยพัก ส่วนชื่อใหม่ น.ส.เตชิตา นั้นเพิ่งเปลี่ยนมาได้เพียง 1 อาทิตย์เท่านั้น



ด้านนางอฑิพา กฤตวัยพัก อายุ 50 ปี แม่น.ส.เตชิตา กล่าวทั้งน้ำตาว่า ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียน้องมายไปอย่างกะทันหันเพราะเป็นเสาหลักของครอบครัว คอยดูแลพ่อแม่และกิจการแผงขายผลไม้ รวมทั้งต้องเลี้ยงลูกชายอีก 2 คน ซึ่งยังอยู่อนุบาล 3 กับชั้นป.2 ครอบครัวรู้เรื่องราวปัญหาระหว่างลูกสาวกับ นายธนพัฒน์ มาตลอด ที่ผ่านมาได้เข้าไปช่วยเคลียร์จนคิดว่าสามารถตกลงกันได้แล้วและเลิกรากันไป ซึ่งตัว นายธนพัฒน์ เองก็เคยบอกว่าจะขอจบด้วยดี แต่ปรากฏว่านายธนพัฒน์ ยังไม่ยอมเลิกราตามง้อและขอคืนดีมาตลอด น้องมายพยายามตีตัวออกห่างและครอบครัวก็ช่วยดูแลเพราะกลัวว่าจะได้รับอันตรายไม่ให้ไปไหนมาไหนคนเดียว แต่สุดท้ายนายธนพัฒน์ก็ไปดักรอขณะไปส่งลูกที่โรงเรียนและยิงเสียชีวิต ซึ่งญาติทุกคนไม่มีใครรับได้และไม่ขออโหสิกรรมให้ นายธนพัฒน์ และให้รับโทษสูงสุดทางกฏหมายถูกประหารชีวิตชดใช้กรรมที่ก่อไว้.