ข่าวหน.นิติวิทยาศาสตร์คาใจ ซุปหางเสือดำหายไปไหน? - kachon.com

หน.นิติวิทยาศาสตร์คาใจ ซุปหางเสือดำหายไปไหน?
อาชญากรรม

photodune-2043745-college-student-s

ยังคงเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจอยู่อย่างต่อเนื่อง หลังศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้พิพากษาคดีที่อัยการจังหวัดทองผาภูมิ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 นางนที เรียมแสน จำเลยที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 219/2561 ใน 6 ข้อหา โดยศาลมีคำพิพากษาสั่งจำคุกนายเปรมชัย 16 เดือนไม่รอลงอาญา พร้อมกับให้ชดใช้ค่าเสียหาย ร่วมกับจำเลยที่ 4 จำนวน 2 ล้านบาท โดยศาลยกฟ้องข้อหาร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าไว้ในความคุ้มครอง (เสือดำ) ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ผู้สื่อข่าว "เดลินิวส์ออนไลน์" รายงานว่าโลกออนไลน์เกิดกระแสแชร์ข้อความ ภายหลังจากที่ น.ส.กณิตา อุ่ยถาวร หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ข้อความระบุ "ความรู้สึกหลังฟังคำตัดสิน ทั้งๆที่บอกตัวเองว่าไม่มีอะไรต้องกังวล..แต่พอเอาเข้าจริงๆ กลับรู้สึกกังวลขึ้นมาเฉยๆ ซะอย่างนั้น" มีอยู่จุดหนึ่งที่ทำให้รู้สึกเช่นนั้น ก็คือการยกฟ้องคุณเปรมชัยเรื่องการครอบครองซาก "เสือดำ" ...แน่นอนว่าตัวเองนั้นต้องเคารพและเชื่อมั่นคำตัดสินของศาลอยู่แล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองกลับมาที่ตัวเองว่าทำอะไรบกพร่องไปรึเปล่า? จึงขอทบทวนสิ่งที่ทำไปตามที่สื่อก็ทราบกันดีอยู่แล้วดังนี้.. 



วัตถุพยานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชิ้นเนื้อต่างๆ หนังเสือดำที่มีรอยกระสุน หางเสือต้มซุปในหม้อ กระดูกในลำธาร ลำไส้ มีดหลายเล่ม เขียง แม้แต่เลือดบนใบไม้ หรือคราบเลือดบนดิน ฯลฯ ล้วนแต่มาจาก "เสือดำ" ตัวเดียวกัน แต่คงไม่จบง่ายแค่นั้น "งานนิติวิทยาศาสตร์" ไม่ใช่งานสั้นๆ ที่จะตอบแค่ว่าเป็นสัตว์ชนิดอะไร? เป็นตัวเดียวกันหรือไม่? เพียงแค่นั้น แต่จะต้องตอบให้ได้มากกว่านั้นหลังจากที่ประมวลรวมผลทั้งหมดแล้ว เช่น เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างในที่เกิดเหตุ? เขาไปทำอะไรกันตรงนั้น? ลำดับของเหตุการณ์เกิดอะไรขึ้นก่อนหลัง? แล้วผู้ที่เกี่ยวข้องเขามีพฤติกรรมอะไร? หรือมีเจตนาอย่างไรบ้าง? ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องการหลักฐานเชื่อมโยงกันทั้งหมด 

"ข้าพเจ้าคงตอบไม่ได้ในที่นี้ว่ามันเชื่อมโยงกันมากน้อยแค่ไหน..แต่อย่างน้อย (ขอแค่อย่างน้อยที่สุดก็แล้วกันนะคะ) การเห็นรอยกระสุน เห็นมีดทำครัวและเขียง เห็นซุปในหม้อ เห็นกระดูกที่ทิ้งแล้วเห็นการหมกซาก... ย่อมบอกได้ว่าพื้นที่ตรงนี้มีพฤติกรรมการล่า มีการฆ่าสัตว์ให้ตาย มีการชำแหละ มีการปรุงอาหาร มีการบริโภค มีการซุกซ่อน ฯลฯ เกิดขึ้น มีใครอยู่ตรงนั้นตอนนั้นบ้าง ก็เชื่อมโยงกันไป.. แล้วพฤติกรรมเหล่านี้มันอยู่ในนิยามความหมายของ "การครอบครองซากสัตว์ป่า"  รึเปล่าเอ่ย?? (อันนี้คือไม่รู้จริงๆ ค่ะ)"



แต่อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะบอกไว้ก่อนเลยก็คือ ข้าพเจ้าไม่มีเจตนาอันใดแม้แต่น้อยที่จะไปพยายามหาจุดผิดให้กับจำเลย ไม่มีอคติใดใด ความมีอคติ-หรือไม่มีอคติ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดใดกับผลการตรวจ DNA เลย ทุกอย่างเป็นไปตามเนื้อผ้าล้วนๆ ซึ่งโกหกไม่ได้ ปรุงแต่งข้อมูลอะไรก็ไม่ได้ เพราะมันมีหลักฐานทุกขั้นตอนหมด ส่วน DNA ก็เป็นรหัสที่ตรวจซ้ำกี่ทีตลอดชีวิตก็ได้ผลเหมือนกัน ดังนั้นขอให้มั่นใจเลยว่าจรรยาบรรณของผู้ที่ทำงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ในเบื้องต้น คือไม่มีการตั้งธงไว้ก่อน แล้วมองจำเลยเป็นผู้ร้าย แต่ต้องให้ความยุติธรรมกับทุกคนและทุกชีวิต (คือหมายถึงตัวสัตว์ด้วย ซึ่งเป็นการหาพื้นที่ยืนให้สัตว์อย่างเท่าเทียมมนุษย์) บนข้อมูลของ "ความจริงที่ปรากฏ" อย่างเสมอภาคกัน

สำหรับเคส "เสือดำ" เคสนี้ยอมรับว่าเป็นเคสที่มีความซับซ้อนมากที่สุดเคสหนึ่งในประสบการณ์การทำงานของข้าพเจ้า ซึ่งได้พยายามทุ่มเททำให้ดีที่สุด...แต่ก็อาจจะมีหลายจุด หลายประเด็นที่คงต้องไปเรียนรู้เพิ่มเติมอีกมาก "ความติดใจในเรื่อง การพบ "ซุปหางเสือในหม้อ" กับการพบ "ซากไก่ฟ้าหลังเทาในกะละมัง" แต่ได้ความผิดเรื่องการครอบครองไก่ฟ้าเพียงอย่างเดียว อาจเป็นอะไรที่ข้าพเจ้าไม่มีความเข้าใจมากนัก.. คงต้องไปศึกษาเพิ่มเติม หรือไปค้นคว้าหานิยามของคำว่า "การครอบครองซากสัตว์ป่า" ให้ดีขึ้นกว่านี้ก่อนนะคะว่ามันคืออะไร?" อย่างไรก้ตาม ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็น พร้อมทั้งให้กำลังใจการทำงานของเจ้าหน้าที่กันอย่างล้นหลาม...





ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @Kanita Ouitavon

ติดตามข่าว "คดีเสือดำ" ได้ทั้งหมดที่นี่..คลิก